Based on true story
 

ผม มีความรัก

 

นานมาแล้ว ที่เส้นทางชีวิตของคนสองคนได้เดินมาตัดกัน ณ จุดๆหนึ่งบนโลกใบนี้

มันเหมือนกับเรื่องบังเอิญที่ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เราได้มาเจอกัน   จากคนที่ไม่เคยรู้จักกัน เริ่มแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์มาเป็นคนคุ้นหน้า นานวันเข้า จากคนคุ้นหน้าก็กลายเป็นเพื่อนที่คุยกันได้อย่างสนิทใจ   จนในที่สุดเราทั้งคู่ก็เริ่มรู้สึกเบื่อที่ต้องเอาแต่ใช้นิ้วคุยกันทางหน้าจอสี่เหลี่ยม คงเหมือนกับความรักของคนหลายคู่ที่เมื่อถึงเวลา เราก็เริ่มคุยโทรศัพท์กัน จากเสียงสั่นๆไม่มั่นใจในวันแรกก็เริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงที่มั่นใจและเรียกเสียงหัวเราะของเธอได้ในวันต่อๆมา เราทั้งคู่มีความสุขกันมากในทุกๆคืนก่อนที่จะนอนหลับฝันดีเพื่อตื่นมาเจอกันในวันรุ่งขึ้น  จนแล้ววันหนึ่ง เราก็ได้เจอกันชนิดตัวเป็นๆ แม้จะขัดเขินรู้สึกไม่ค่อยชินเหมือนเวลาคุยโทรศัพท์ แต่เมื่อได้เจอผมก็มั่นใจว่า เธอ คือคนที่ใช่

เพียงไม่นาน

ในคืนหนึ่ง ผมก็ขอเธอเป็นแฟน

ในความมืดมิดยามค่ำคืน ที่แม้ว่าเราจะวางสายกันไปแล้วเมื่อตะกี้ แต่ผมก็ยังนอนไม่หลับ ภาพหลายภาพวนเวียนเข้ามาในหัว ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจว่าเราทั้งคู่คงจะเป็นแฟนที่ดีต่อกันได้ตลอดไป  เพราะตลอดระยะเวลาทั้งหมดที่เราต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มีอะไรมากมายเหลือเกินที่ สวยงาม และ น่าจดจำ    ในยามที่ใจเหม่อลอย ประสบการณ์ดีๆมักจะหวนเข้ามาทักทาย และทำให้ผมเผลอยืนยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้าเสมอๆ

ในช่วงชีวิตปกติของทุกๆวันที่เราเป็นแฟนกัน  เราทั้งคู่มักเพ้อฝัน

เราฝันออกไปยังดินแดนที่กว้างใหญ่ ดินแดนที่เราเองก็ยังไม่รู้ว่าจริงๆแล้วมันมีหน้าตาแบบไหน เราอาจเข้าใจกันไปเองว่า มันต้องสวยงาม ดั่ง ภาพยนตร์ที่เราเคยชม

สำหรับผม ทุกอย่างในความฝัน มันจึงง่าย และสวยงามเสมอ

แต่บางที… 

นั่นอาจเป็นเพียงความคิดของเด็กๆ เพราะสำหรับคนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาย่อมมองเห็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่จะเป็นอุปสรรค รวมถึง มองเห็นทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และรู้ว่า ทำอย่างไรจะได้ไปถึงจุดนั้นได้

ผม และ เธอ  เราทั้งคู่ยังไม่ใช่ผู้ใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็พูดได้ไม่เต็มปากนักว่าเรายังเป็น เด็ก   เราจึงมักคุยกันเสมอว่า อนาคตข้างหน้า เราจะทำอะไรร่วมกัน และ จะทำอย่างไรให้รักยืนยาว   ผมรู้สึกดีทุกครั้ง ที่เราทั้งคู่ได้มาวางแผนชีวิตด้วยกันเช่นนี้

อีกอย่าง

มันดูเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่จะมีวันใดวันหนึ่งที่เราต้องเลิกรากัน   ในเมื่อเรารักกันขนาดนี้ ใส่ใจดูแลกันขนาดนี้ ยอมทิ้งอะไรเพื่อให้กันได้มากขนาดนี้ เราจะไปเลิกกันได้ยังไง   มีก็แต่พวกที่ชอบนอกใจ ปล่อยปะละเลยแฟนของตัวเองเท่านั้นแหละที่จะต้องเลิกรากันไปมีคนใหม่

ผมมั่นใจ ว่าเราทั้งคู่คงไม่เป็นเช่นนั้น

(ในช่วงโปรโมชั่น)

เพราะในความเป็นจริง เมื่อโปรโมชั่นหมดลง เราจะเริ่มเข้าใจทันทีว่า ถึงแม้เราจะเป็นแฟนที่รักกันมากเพียงใด หากลืมตามองโลกให้กว้างๆ เพ่งมองดูดีๆ เราจะพบว่า มันยังมีอุปสรรคต่างๆร้อยแปดพันเก้า(ล้าน)ที่เข้ามาให้เราต้องเผชิญ  ทั้งเรื่องเวลาที่ไม่ตรงกัน ทั้งเรื่องระยะห่าง แถมเวลารักกัน มันก็ไม่ใช่ว่า โลกนี้จะมีเพียงแค่เราสองคนสะที่ไหน ยังมีคนอีกมากมายที่เข้ามาร่วมแจมในความรักของพวกเรา ทั้งเพื่อนเรา เพื่อนเค้า  ครอบครัวเรา ครอบครัวเค้า  อากู๋อากงอากิ๋มอาม่าอาหมวยอาอี๊อาตี๋อาเตี๊ยอาเฮียอาแจ้ของเค้า และอื่นๆอีกมากมาย หลายอา รวมถึงอาบัง (กรณีครอบครัวมุสลิม) และจากความเคยตัวที่เราได้เจอกันแทบทุกวัน ตัวติดกันเป็นตังเมในช่วงปิดเทอม  พอเปิดเทอม เข้ามหาวิทยาลัยปีแรก ต้องย้ายไปเรียนคนละที่ มันจึงเกิดระยะห่างที่เราไม่คุ้นชินเข้ามา เป็นการปรับตัวครั้งใหม่ที่เราต่างยังไม่เคยเจอ และยังไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง ตังเมที่เคยเหนียวจะยังเหนียวอยู่ได้ตลอดรึเปล่า

คงต้องช่วยกันประคองความรักและตังเมไว้ให้ดี

                เพราะพอโตขึ้น ก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า

การมีความรักมันไม่ใช่เรื่องยาก   แต่การทำให้ ตังเม คงเหนียวอยู่ตลอดรอดฝั่งนั่นแหละ

ยากเชี่ย!!

ขอโทษ exteen ไทย

posted on 13 Dec 2010 00:59 by dinpao
ผมรู้สึกตัวได้ว่า นานมาแล้ว ที่ผมเคยมีฟิล "เห่อมอย" กับ การเอานิ้วมาจิ้มๆเล่าเรื่องในexteenมาก  แต่ไม่นาน ผมก็หายหัวไป เหมือนจะผ่านมานานแล้วเหมือนกัน แต่นั่นไม่ใช่เพราะ ผมเลิกเห่อมอยนะครับ แค่ผมรู้สึกว่า ทำไมชีวิตกูนี่มันไม่มีเรื่องอะไรน่าสนใจพอที่จะนำมาเขียนมาเล่าเลยแหะ จนบางทีก็แอบน้อยใจเหมือนคนที่กำลังพูดอยู่คนเดียว
ฉะนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านไป ไม่รู้นานเท่าไหร่ ผมได้สั่งสมและก็ดันมีเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตผมมากมาย
มันทำให้ผมโตขึ้น และเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตในหลายๆเรื่อง
ขอโทษนะครับexteenที่ห่างหายกันไป ผมกลับมาแล้ว
และคราวนี้ ผมมีของมาฝากจาก ประเทศอเมริกา มาเล่าสู่กันฟังด้วย
ลองติดตามกันดูนะครับ
...
.....
ผมว่า เรื่องต่อไปนี้ ดีต่อคุณนะ :D

ลังไข่ของฉัน

posted on 02 Mar 2010 01:25 by dinpao

คุณมีลังไข่มั้ยครับ?  (ล.ลิง ชัดๆ)

งานนี้เป็นผลงานเพี้ยนๆ ที่แลดูแนวๆ(ถ้าอยากจะมองให้แนว) และ แลดูกากๆ(ถ้าจะมองให้กาก)

เอาเปนว่า แล้วแต่ความชอบและรสนิยมส่วนบุคคลก็แล้วกัน  แต่คุณอาจจะไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลังของมัน

คือวันหนึ่ง วันที่ผมไปตามหา ลังไข่ เพื่อนำมาทำกระเป๋าใบนี้   ผมทั้งเหน็ดเหนื่อย และรู้สึกอับอายทุกครั้ง ที่ต้องถามว่า  "ป้าครับๆ  ป้ามีลังไข่มั้ยครับ"  แน่นอนแหละ ป้าทุกคนก็ตอบว่า"มี" แม้ป้าจะไม่ใช่คนขายไข่ก็ตาม เย้ย!

และนี่คือ เรื่องเบื้องหลัง ที่ไม่ค่อยอยากจะนำมาเล่าสักเท่าไหร่เลยจริงๆนะครับ!

 

ว่าแต่..คุณๆครับ คุณมีลังไข่มั้ยครับ? : )

edit @ 2 Mar 2010 01:43:15 by dinpaO